A.C.SR. BAND 1986

กลุ่มวงโยธวาทิตของโรงเรียน อัสสัมชัญ สมุทรปราการ (สำโรง) รุ่นปี 1986

ประวัติของโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ (สำโรง) ที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของพวกเรา 11/01/2009


_5cdatimages5clovelouis1   4014n_l13    ani4184

ภาพแรก : ภราดาวิริยะ ฉันทวโรดม (บราเดอร์หลุยส์ ชาแนล)

ภาพที่สอง : คุณวิชัย มาลีนนท์

 

โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ (Assumption College Samutprakarn, ACSP) (ชื่อเดิม อัสสัมชัญสำโรง, Assumption College Samrong, ACSR) โรงเรียนเอกชน ในเครือคณะ ภราดาเซนต์คาเบรียล ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2522 ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านทิพวัล 1 อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

 

โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการถือกำเนิดมาเป็นสถาบันการศึกษา ลำดับที่ 14 ของมูลนิธิเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย และก่อตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2521 บนเนื้อที่ 14 ไร่ 3 งาน 54 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ดินที่ คุณวิชัย มาลีนนท์ ประธานกรรมการบริษัทเทพารักษ์ที่ดิน จำกัด (หมู่บ้านทิพวัล 1) *ปัจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) – ไทยทีวีสี ช่อง 3 ได้บริจาคให้แก่ มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย พร้อมเงินจำนวน 3 ล้านบาท เพื่อให้มูลนิธิฯ เป็นผู้จัดดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการขึ้น ซึ่งในขณะนั้น ภราดาวิริยะ ฉันทวโรดม หรือชื่อที่พวกราต่างคุ้นเคย คือ บราเดอร์หลุยส์ (Rev. Bro. Louis Chanel) ดำรงตำแหน่งเป็นอธิการเจ้าคณะเซนต์คาเบรียลแขวงประเทศไทย เริ่มแรกได้ดำเนินการเปิดสอนตั้งแต่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 รวม 8 ห้องเรียน มีครูสอน 15 คน นักเรียนทั้งสิ้น 371 คน ตอนนั้นมีพวกเราในกลุ่มหลายๆ คน เป็นสมาชิกอยู่ในนักเรียนจำนวนดังกล่าวด้วย รวมทั้งตัวผู้เขียน *เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในปีนั้นพอดี หมายเลขประจำตัว 267 (ใครมีเลขประจำตัวอยูในหมวดไม่เกิน 371 ก็มาเขียนใส่เพิ่มเติมกันได้)

 

มี ภราดาประทีป ม.โกมลมาศ เป็นเจ้าของและผู้รับใบอนุญาต ภราดาบัญชา แสงหิรัญ เป็นผู้จัดการ มาสเตอร์ปรีชา บุญญะสิทธิ์ (ท่านประธานกลุ่ม A.C.SR. BAND 1986 ของพวกเรา) เป็นครูใหญ่ อยู่ในความควบคุมดูแลของภราดาวิริยะ ฉันทวโรดม อธิการเจ้าคณะเซนต์คาเบรียลแขวงประเทศไทย ในขณะนั้นตั้งอยู่ ณ เลขที่ 574 หมู่ 8 ถนนเทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

 

ปัจจุบันโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ เปิดสอนนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 23 ไร่ 3 งาน 81 ตารางวา ที่เลขที่ 419/1389 หมู่ 5 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10270

 

 

* บราเดอร์หลุยส์ ชาแนล เป็นผู้ส่งเสริมกิจกรรมวงดุริยางค์ (โยธวาทิต) ของพวกเรามาโดยตลอด จนมีคำกล่าวในหมู่ของพวกเราว่า บราเดอร์หลุยส์ฯ ไปประจำอยู่ที่สถาบันในเครือฯแห่งไหน กิจกรรมวงดุริยางค์ (โยธวาทิต) แห่งนั้นจะมีชื่อเสียงไปทั้งหมดซะทุกที่ 

 lc-05-thumb1 

และเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติประวัติของบราเดอร์หลุยส์ฯ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญสำโรง (โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ) โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ จึงได้ทำโครงการก่อสร้างอาคารหลุยส์ ชาแนล ขึ้น และได้มีพิธีเปิดไปเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2551 ที่ผ่านมา

 

* คุณวิชัย มาลีนนท์ นอกจากจะเป็นผู้บริจาคที่ดินในหมู่บ้านทิพวัล 1 ที่ใช้ในการก่อสร้างโรงเรียนฯของพวกเราแล้ว ยังเป็นผู้ให้การสนับสนุนบริจาคเครื่องดนตรีที่ใช้ในกิจกรรมวงดุริยางค์ (โยธวาทิต) ของโรงเรียนฯในยุคแรกๆ อย่างมากมายอีกด้วย เครื่องดนตรีหลายๆ เครื่องในสมัยของพวกเราก็เป็นเครื่องที่ได้รับการบริจาคมาจากคุณวิชัยฯ จำได้ว่าตอนเด็กๆ คุณวิชัยฯ เป็นผู้นำมามอบด้วยตัวเอง ตอนนั้นพวกพี่ๆ รุ่นแรกๆ (มีพี่พรเดช พี่ชายบุ๊ง-มนตรี ที่พอจะนึกชื่อได้) ของพวกเราได้มีการแสดงดนตรีเพื่อเป็นการแสดงการขอบคุณ คุณวิชัยฯ ด้วย

 

39 Responses to “ประวัติของโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ (สำโรง) ที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของพวกเรา”

  1. acsrband86 Says:

    กระผม เลขประจำตัว 199 รายงานตัวครับบบ

  2. เลขประจำตัว ของรุ่นพี่สุด ของกลุ่ม A.C.SR. BAND 1986 ที่พอจำได้

    บุ๊ง เลขประจำตัว 098

    ต้น (สุพจน์) เลขประจำตัว 102

    หลอ เลขประจำตัว 203

    เอ (แจ๋น) เลขประจำตัว 213

    พระช้าง เลขประจำตัว 20…

    โต๋ว เลขประจำตัว 2…..

    ติ่ง ทรัมเป็ดเทพ เลขประจำตัว 2…..

    เอก ขาผิด เลขประจำตัว 553

    นู๋เอ๊ะ ขจรศักดิ์ เลขประจำตัว จำไม่ได้จริงๆ

    ต้น ปิยวุฒิ เลขประจำตัว 1xxx

  3. ขอเพิ่มเติมประวัติวงโยธวาฑิตของ A.C.SR. BAND รุ่นแรกเลย ก่อนยุคเราด้วยซ้ำ

    จะเอาแค่คร่าวๆพอได้กลิ่นไอ ของจุดกำเนิดวงแล้วกันครับ

    จุดเริ่มต้นจนถึงยุค ของกลุ่ม A.C.SR. Band 1986 ของพวกเรา กลุ่มของพวก

    เราจัดว่าเป็นกลุ่ม ยุค 2++ ที่ต้องบวกเนื่องจาก มันเป็นยุคของรอยต่อการ

    เปลี่ยนแปลงผู้คุมวง 2 แนวทาง กล่าวคือ

    ยุคแรก ผู้คุมวงคือ (พี่บั๊ม กับ พี่แป๊ะ) จำได้แต่ชื่อเล่น 2 ท่านนี้เปรียบแล้วก็

    คือ เป็นทั้งครู และ เป็นทั้ง รุ่นพี่ เพราะ 2 ท่านนี้ เป็นนักดนตรี ที่

    จบจาก อัสสัมชัญ บางรัก และเข้ามาเพื่อทำวงให้กับ เด็กนักดนตรี

    รุ่นแรก (รุ่น1) ซึ่งเด็กนักดนตรีส่วนใหญ่จะประกอบด้วย เด็กนักเรียน

    ที่จการศึกษา รุ่น1 – รุ่น3 เป็นส่วนใหญ่ อาทิเช่น พี่พรเดช

    Percussion , พี่พุฒิพงษ Trumpet เสียง1 , พี่อิทธิพล ยูโฟเนี่ยม

    พี่เวคินทร์ (Piccalo) พี่เสริมศักดิ์ (Percussion) พี่ภูษณะ (ฉาบ)

    พี่สายชล (Flute) ฯลฯ (จำชื่อคนอื่นๆ ไม่ค่อยได้แล้ว) ในยุคนั้น

    เป็นจุดเริ่มต้นของการ เล่นเพลงชาติ เพลงโรงเรียน สดุดีอัสสัมชัญ

    สดๆ ให้ นักเรียนทั้งโรงเรียนได้ ร้องตามกันทั้งโรงเรียน (โดยเปลี่ยน

    จากการที่เปิดเทป มาให้นักดนตรีมาเล่นสด ทุกๆเช้า)

    (จบตอนที่ 1 …… พักโฆษณา)

  4. เยี่ยมไปเลยครับ

  5. Ton-Pongphun Says:

    บุ๊ง สุดยอดเลย
    ต้องยอมรับว่าประวัติในส่วนนี้ตัวเราเองไม่มีข้อมูลเลย

    พวกเราช่วยกันทำ Blog นี้ได้ไม่นาน
    แต่ก้าวหน้ามาถึงขนาดนี้ได้
    ต้องบอกว่า น่าภูมิใจจริงๆ….

  6. ภาคต่อ….ภาค 2

    ในยุคของกลุ่มคนดนตรี A.C.SR. BAND ยุคที่ 1 นี้ มีการพัฒนาวงขึ้นมาจากจุด 0 คือ

    เริ่มเล่นกันจาก พื้นฐานของดนตรี ผู้สนับสนุนวงหรือหัวเรือใหญ่ที่ให้การสนับ

    สนุนตัวจริงก็ไม่ใช่ใครอื่น ม.ปรีชา (มาสเตอร์ใหญ่ของเรา) นั่นเอง ในยุค

    นอกจากการเล่นดนตรีในรูปแบบ Concert แล้วยัง มี Marching แต่ไม่มี

    Display เครื่องดนตรีที่รุ่นพี่ยุคแรกเล่น ก็ถูกตกทอดมายัง กลุ่มพวกเรา มีทั้ง

    ที่พวกเรานำมาใช้เล่นและใช้ลงแข่ง และมีเครื่องที่เป็นเพียงอนุสรณ์รำลึกถึง

    อาทิ เช่น ปิคคาโร่(ตัวสีดำ ท่านยมน่าจะเคยได้เล่น) เบลไลร่า ( เอ/แจ๋น มือ

    ตี เบลไลร่า หาตัวจับยากในยุคนั้น ) เบลไลร่าเค้าชอบหลุดออกจากแผง เนื่อง

    จากน๊อตยึดไม่อยู่ กลองใหญ่และกลองเล็กในยุคแรก เป็นตัวถังสีน้ำเงิน ขอบ

    ลายธงชาติ ฯลฯ และ Stand วงโน๊ต ก็เป็น Stand เหล็กบางๆ เล็กๆ ชอบ

    ปลิวล้ม ในยุคบุกเบิกนั้นเอง ก็เป็นยุคที่วงเล่นดนตรีกันเพื่อใช้เปิดงานต่างๆ

    ส่วนใหญ่ในโรงเรียน เช่นงานกีฬาสี งานเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาฯ ซึ่งยัง

    ไม่ได้นำระบบระเบียบแบบแผนของวงโยธวาฑิตในยุคใหม่มาใช้ กล่าวคือ

    ระเบียบเรื่อง Marching (ซ้ายหันขวาหัน) การเดิน การตบเท้า เพราะ

    ผู้คุมวง (พี่แป๊ะ กับพี่บั๊ม) มีภาระเพิ่มเติมอีกอย่างคือ ต้องเป็นครูสอนวิชาดนตรี

    ให้กับนักเรียนในห้องเรียนด้วย (สอนเกี่ยวกับ โน๊ตดนตรี โดยใช้ขลุ่ย สีขาวที่

    โรงเรียนมีขายหน้าห้องธุรการ) ใครต้องซื้อไปเรียนบ้าง

    จบตอนที่ 2………พักกินข้าว

  7. Ton-Pongphun Says:

    รออ่านต่ออย่าง ใจจด…ใจจ่อ…

    บุ๊ง เขียนจบเมื่อไหร่ เราจะเอาขึ้นเป็นหัวข้อกระทู้ใหม่ให้นะ..

  8. จริงๆ พอจะจำพี่เวคินได้เหมือนกัน แต่ไอ้ปิคโคโล่ไม้เนี่ยตอนหลังเหมือนมันไม่อยู่แฮะ เท่าที่จำได้มันน่าเล่นมากเรยแหละเพราะมีคีย์โลหะอยู่แค่ 3-4 คีย์ ระบบนิ้วคงต่างออกไป เฮ้อ……คิดแล้วเสียดาย ฉอบมาไม่ทัน…..อุอิอุอิ ^ – ^”

  9. เอ Says:

    บุ้งมันจำแม่นแฮะ เลขประจำตัวมันยังจำได้เลย มันยังไม่แก่วะ ขอเสริมจากบุ้งสักหน่อย ตอนที่เราเข้าวงครั้งแรก ตอนนั้นอยู่ ป 5 เป็นช่วงกำลังเข้ารอยต่อระหว่างยุคพอดี ยุคพี่แป๊ะกับ อ. ประทิน ตอนนั้นหัวหน้าวงเป็นพี่รุ่นหนึ่ง ชื่ออะไร กำลังนึกอยู่ (บุ้งน่าจะนึกออก) แกเล่นเบลไลล่าเหมือนกัน ตอนเข้าวงเรายังไม่ได้เล่นเครื่องชิ้นไหนแน่นอน ยังรับใช้พี่ๆอยู่ ตอนนั้นสนิทกับพวกพี่พุฒิพงษ์ พี่อิทธิพล และคนอื่นๆอยู่พอสมควร งานที่วงรุ่นแรกได้ถือว่าเป็นงานใหญและงานสำคัญมากที่สุดตอนนั้นก็คือ การที่จะต้องไปร่วมงานกีฬาในเครืออัสสัมๆที่สนามศุภๆ ในตอนนั้นถือว่าเป็นงานใหญ่มากเพราะต้องออกไปเดิน Marching ใน กทม เรามีโอกาศได้ร่วมวงไปด้วยเพราะว่า เอาเบลไลล่าของพี่เขามาตีเพลงสดุดีอัสสัมชัญเล่น พี่ๆเขาได้ยินและคงปราณีเอามันร่วมวงไปด้วยวะ ตอนนั้นเลยมีเบลไลล่า 2 คน เราอยู่ในวง พี่หัวหน้าวงเขาตี และเดินนำ หลังดรัมเมเยอร์ ตอนนั้นวง ACSR เป็นวงเดียวที่ไปในชุดนักเรียนปรกติ ไม่มีเครื่องแบบ วง AC บางรักกำลังดังช่วงนั้น ขอบอกว่าโคตะระตื่นเต้นเลยวะ ได้เหยียบสนามศุภๆครั้งแรกในวงโยๆ เป็นความรู้สึกที่สุดยอดจริงๆ

    ตอนนั้นการซ้อมของรุ่นแรกๆก็ถือว่าจริงจังมากนะ แต่อย่าที่บุ้งว่า ระบบ แบบแผนและเทคนิคการฝึกซ้อม บวกกับเครื่องมือ มันไม่ทันสมัยเหมือนเดี๋ยวนี้

  10. Ton-Pongphun Says:

    น่าน..คนแก่ เข้ามาเล่าเรื่องเก่าๆ อีกคนแล้ว!!

    รุ่นพี่… รุ่นแรกที่ยังมีเบลไลลา เล่นอยู่น่ะ สมัยเด็กๆ เรายังวิ่งตามวงเขาอยู่เลย
    แต่มันก็ทำให้เราอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึงของวงฯ ในยุคต่อมา ซึ่งเข้ายุคของ
    อ.ประทิน แล้ว…

  11. hajimefuruto Says:

    พี่ๆคุยเรื่องไรกันอยู่เหรอคับ ^ – ^”

  12. เอ Says:

    พอดีวันนี้ไม่ค่อยยุ่งมาก เลยมีเวลารำลึกความแก่

  13. hajimefuruto Says:

    จะรีบแก่กันไปถึงหนาย……..^ – ^”

  14. Ton-Pongphun Says:

    เข้ามาแล้ว ระวังจะติดงอมแงม…

  15. hajimefuruto Says:

    จริง ถ้าไม่ได้ simulate น้ำอยู่คงเข้ามามะได้เหมือนกัลลลล์์์์์

  16. Ton-Pongphun Says:

    Simulate น้ำ คืออะไรฟะ??

    ลามก..ป่าว??..

  17. hajimefuruto Says:

    ทำน้ำ CG น่ะ มันต้องเข้ากระบวนการ simulation ^ – ^”

  18. Ton-Pongphun Says:

    อ๋อ++ ไม่เข้าใจอยู่ดีว่ะ!

  19. acsrband86 Says:

    พี่น้อง มัยไม่ไปคุยที่ webboard ล่าคร๊าบบบพี่น้องงงง ขี้เกียจ refresh เว้ยยยย

  20. Ton-Pongphun Says:

    ป่าว…เดี๋ยวหายสงสัยกันแล้ว
    จะได้กลับมาคุยกันต่อในหัวข้อที่ตั้งกระทู้ไว้ไง…

  21. ภาค 3…….ไตรภาค

    ในกลุ่มคนดนตรีที่เป็นยุคบุคเบิกนี้ เป็นกลุ่มนักเรียนรุ่นพี่ตั้งแต่รุ่น 1- 3 หรือ 4 ดังที่กล่าว ซึ่งเพลงที่นำมาบรรเลงหรือเล่น เป็นเพลงที่ไม่ได้ถูกกำหนดกรอบมากนัก ดังนั้งผู้คุมวง นำเพลงอะไรมาให้เล่น ก็จะเล่นอย่างที่ พี่แป๊ะพี่บั๊ม นำมาให้ มีตั้งแต่แนวเพลง March และเพลงไทย เช่น เพลงบัวขาว เป็นต้น

    ทั้งหมดที่กล่าวนี้ จะมีลักษณะแตกต่างจากยุคที่ 2 โดยที่พวกเราหลายๆ คนจะทราบดีว่าแนวเพลงและแนวดนตรีที่เราได้เล่นกันจะออกมาในรูปแบบแนวใด (โดยจะขอกล่าวเรื่องแนวดนตรีในยุค 2 ต่อไป)

    และแล้วกลุ่มนักดนตรีของยุคที่ 1 ก็เริ่มจะเดินมาถึงยุคที่เปลี่ยนแปลง หลังจากที่ พี่แป๊ะกับพี่บั๊ม มีภาระที่จะต้องทำเพื่อเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตตน คือออกจากการคุมวงเพื่อไปศึกษาต่อ ดังนั้น นักดนตรีในยุคที่ 1 จึงเกิดภาวะ สูญญากาศของผู้นำวง นักดนตรีในยุดที่ 1 จึงใช้วิธีปกครองกันเองโดยหัวหน้าวง “พี่เชฐพันธ์ ” ซึ่งเป็นรุ่น 1 และเล่น เบลไลร่าเหมือนกับ เพื่อนเอ (แจ๋น) ของเรานั่นเอง จึงเป็นผู้คุมวงในขณะนั้น

    ช่วงเวลาที่เหมือน เรือไม่มีหางเสือ ของกลุ่มนักดนตรียุคที่ 1 นั้น เป็นช่วงเวลาไม่ยาวนัก ขณะที่ มาสเตอร์ปรีชา ได้ดึง อาจารย์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรี ของกองทัพบก เข้ามาเสริมวง เพื่อให้วงสมบูรณ์มากขึ้น โดยหวังว่า จะช่วยให้มีทิศทางในการเล่นดนตรีและมีผู้คุมวงที่ชัดเจน จึงดึง อาจารย์ประทิน ชัยมาลิก มาเป็นอาจารย์ประจำวงดนตรี A.C S.R. BAND

    ด้วยสไตล์เพลงและแนวทางการดนตรี ที่ค่อนข้างจะแตกต่าง กันระหว่าง ผู้คุมวงของ พี่แป๊ะและพี่บั๊ม กับ แนวเพลง ของ อาจารย์ประทิน ชัยมาลิก ทำให้เกิดวิกฤตที่หนึ่ง คือวิกฤต ความศรัทธาที่ให้ต่อกัน เนื่องจาก นักดนตรีในยุคที่ 1 เคยได้แนวเพลงที่มีทั้งแนว Marching และแนวเพลงออกไทยสากล หรือแม้แต่เพลงวัยรุ่นในเวลานั้นที่ พี่แป๊ะพี่บั๊มได้ Arrange ใหม่ให้นักดนตรีได้เล่นกัน แต่ในห้วงเวลาของ อาจารย์ประทิน เพลงที่ใช้บรรเลง คือแนวเพลงของ Marching หรือเพลงจากกองทัพ ทำให้กลุ่มคนดนตรีกลุ่มที่ 1 ไม่สามารถเล่นในสไตล์ที่ตนเคยเล่นได้ ปัญหาเล็กๆ ดังกล่าว จึงเกิดรอยร้าวขึ้น ทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถเดินไปในทิศทางเดียวกันได้อีกต่อไป นักดนตรีในยุคที่ 1 จึงเริ่มถอนตัวออกจากวงไปทีละคนสองคน ประกอบกับเป็นช่วงเวลาที่นักดนตรีในยุคที่ 1 หลายๆคนใกล้จะจบ ม.3 ซึ่งต้องให้เวลากับเรียนหนักมากขึ้น ทำให้วงดนตรี A.C S.R. BAND ในขณะนั้น ขาดหายไป จน อาจารย์ประทิน ชัยมาลิก จึงต้องตัดสินใจ ที่จะเปิดรับสมัครนักดนตรีใหม่เข้ามาทดแทน

    ***ตรงจุดนี้แหล่ะ*** น่าจะเป็นจุดสำคัญของ กลุ่มนักดนตรีของ A.C S.R. BAND ในยุคที่ 2 ที่พวกเราหลายๆคนเริ่มต้นจากตรงนี้

    ท้ายสุดของยุคที่ 1 นี้ ยังไงก็ต้องขอเอ่ยคำขอบคุณรุ่นพี่ นักดนตรี A.C S.R. BAND ยุคที่ 1 นี้ด้วย ที่สร้างสรรค์วงขึ้นมาให้พวกเราใช้เป็นรากฐาน อีกทั้งรุ่นพี่นักดนตรี หลายๆคนเป็นแรงบันดาลใจให้ พวกกลุ่มนักดนตรี A.C S.R. BAND ยุคที่ 2 หลงไหลและอยากเป็นนักดนตรีเหมือนรุ่นพี่ๆ ต่อไปด้วย

    ผมพอมีข้อมูลสมาชิกนักดนตรียุคที่1 มาได้บางส่วน ซึ่งขอใช้เวทีนี้เป็นเวทีที่รำลึกถึงนักดนตรียุคที่ 1 และประกาศกิตติคุณด้วยครับ

    Snare Drum ประกอบด้วย พี่พรเดช เหลืองอุทัยศิลป์ (คุ้นไหม), พี่ภาสกร ประมูลวงศ์ ,พี่วรัณย์ , พี่เสริมศักดิ์ และ……………..บุ๊ง-มนตรี ปลายๆแล้วล่ะ
    กลองใหญ่ พี่อภินันท์
    กลองทอม พี่กิตติพงษ์ (เกี๋ยม)
    ฉาบ พี่ชุณชนะหรือ ภูษณะ, วัฒนกิจ ประมูลวงศ์ (เอ๋)
    เบลไรล่า พี่เชษฐพันธ์ (หัวหน้าวง), เอ-ณรงค์เดช นิลพัฒน์ (แจ๋น)
    Sax พี่เบิ้มกับพี่บี 2 พี่น้องหัวใจ Sax
    ปิคคาโล่ พี่เวคิน (ตัวเล็ก)
    ซูซ่าโฟน พี่เวคินทร์ (ตัวใหญ่)
    ทอมโบน พี่อนันต์ (ใส่แว่น)
    ดรัมเมเยอร์ พี่อรรถ คล้ายสังข์

    *** ขอขอบคุณข้อมูลเนื้อหาบางช่วงบางตอนของภาคที่ 3 นี้รวมถึง รายชื่อนักดนตรี A.C S.R. BAND ยุคที่ 1 ได้เพิ่มเติมจาก พี่พรเดช เหลืองอุทัยศิลป์ ด้วยครับ***

  22. เอ Says:

    บุ้ง พี่พรเดชทำไรอยู่ตอนนี้

  23. เอ Says:

    เสริมจากบุ้งนิด ว่า Trumpet มือหนึ่งตอนนั้นคือพี่พุฒิพงษ์ ซึ่งตอนหลังเข้าเรียนที่ปทุมคงคาและได้ร่วมวงโยๆของประทุมคงคาด้วย และพี่ก็สอบเข้านักเรียนนายเรือในที่สุด หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยมีโอกาศได้พบกันบ่อยนัก จนห่างหายกันไป จริงๆน้องชายพี่เขาน่าจะเรียนรุ่นเดียวกับรุ่นของพงค์พันธ์นะ รุ้สึกว่าจะเคยร่วมวงอยู่พักด้วย ถ้าจำไม่ผิดคิดว่าหลอเป็นคนสืบเจตนาการเล่น Trumpet มาจากพี่เขานี่แหละ เหมือนกับบุ้งที่รับช่วงต่อมาจากพี่พรเดช

    ส่วนพี่เบิ้มกับบี มือ Sax ก็ไปเป็นนักเรียนเตรียมทหารทั้งคู่ ทั้งสองคนนี้ค่อนค่างจะสนิทกันกับเราเพราะบ้านอยู่ใกล้กัน

    จริงๆก่อนที่จะเป็น A.C.SR. BAND 1986 ที่ไปประกวด มีเพื่อนในรุ่นเราหลายคนนะที่เข้ามาและออกไป บุ้งคงพอจะจำได้ มันค่อนค่างเฉพาะกิจ ขอร้องให้มาร่วมบ้าง เข้ามาเองเล่นๆ บ้างก็เยอะ วงช่วงนั้นก็เลยยังไม่ค่อยจะเป็นวงกับเขา จนได้พี่ต็อกเข้ามาร่วมงานกับ อ. ประทินนี่แหละ จึงค่อยๆ ปรับแต่งโฉมจนเป็นวงที่พวกเราได้ร่วมชีวิตกันยาวนาน

  24. Ton-Pongphun Says:

    ไม่น่าเชือว่า กระทู้นี้จะให้ความชัดเจนในประวัติศาสตร์ช่วงก่อนที่จะมีการรวมกลุ่มของพวกเราได้เป็นอย่างมาก ต้องขอบคุณทั้ง บุ๊ง และ เอ ที่ช่วยกันต่อเติมจนได้เนื้อหาที่สมบูรณ์ ส่วนท่านใดอยากรู้ว่าเมื่อเข้าสู่ยุคที่ 2 ซึ่งเป็นยุคของพวกเรา กลุ่ม A.C.SR. BAND 1986 แล้ว จะเป็นอย่างไรบ้าง ขอเชิญอ่านเรื่องราวของพวกเราต่อได้ ที่หน้าประวัติด้านบนของ Blog นี้ ตามอัธยาศัย….

  25. Ton-Pongphun Says:

    ตอบคำถาม เอ เรื่องพี่พุฒิพงษ์

    ถ้าจำไม่ผิด พี่พุฒิพงษ์ ที่ตอนหลังไปเล่นอยู่วงโยฯของปทุมคงคา แล้วไปเป็นนักเรียนนายเรือ น้องชายแกน่าจะชื่อ วิสุทธิ์ฯ นะ เคยเจอกันเมื่อหลายปีแล้ว ตุ๋ย จะค่อนข้างสนิท และติดต่อกันอยู่

  26. สนุกจริงๆ จำอะไรกันได้เยอะขนาดนี้ จริงๆตอนนั่งอ่านอยู่นี่ภาพมันก็ค่อยๆผุดขึ้นมาเป็นระยะๆเหมือนกัน บอบคุณ เอกับบุ๊งสำหรับข้อมูลที่มันเลือนหายไปจากหัวสมองกระผมครับ ^ – ^ “

  27. พี่ขอเป็นตัวแทนจากนักดนตรี รุ่น 1
    ก่อนอื่น ก้อขอแสดงความยินดีและดีใจกับพวกน้อง ๆ ที่ยังรวมตัวกันอยู่
    และขอขอบคุณที่ยังคิดถึงพวกพี่ ๆ ที่เคยอยู่ในวงขณะนั้น พี่ยินดีที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับนักดนตรี รุ่นที่ 1 (เท่าที่จะจำได้นะ … เพราะตอนนี้อายุก้อย่างเข้า 20 แล้ว อิอิ) แล้วจะเข้ามาโพสเรื่อย ๆ นะคับ

  28. hajimefuruto Says:

    ขอบพระคุณครับพี่ แล้วแวะเข้ามาบ่อยๆนะครับ

  29. Ton-Pongphun Says:

    พี่พรเดช ไม่เจอกัน 2-3 ปีได้แล้วมั้ง พี่สบายดีนะ
    ว่างๆ แวะเข้ามาคุยกันบ่อยๆ นะครับ….

  30. สบายดีครับ
    แล้วต้นล่ะ เป็นงัย
    เออ ! ลืมขอบใจ เจ้าบุ๊ง ที่บอกข่าวสารนี้
    ไม่งั้นก้อไม่รู้เรื่องเลยว่า พวกเรายังติดต่อและรักกันเหนียวแน่น
    ขอให้เป็นอย่างนี้ตลอดไปนะ
    ชาวเลือดขาว-แดง
    รำลึกเสมอ

  31. acsrband86 Says:

    สวัสดีครับพี่พรเดช ขอเชิญพี่เข้าห้อง GUESTBOOK แวะเปิด Comment เจิมเพื่อความเป็นสิริมงคล ให้กับรุ่นน้องอย่างพวกเราด้วนนะครับ

  32. OH+ is Awesome Says:

    หวัดดีพี่หมีจำผมได้บ่ ยินดีที่เจอกันอีกนะครับ

    ผม 313 ไอ้ตั้มรุ็สึกว่าจะ 330, 309 หรือ 339 หรืออะไรนี่แหละไอ้จ้อน 311

  33. หวัดดีครับ สบายดีนะครับท่านตั้ม
    ต้องขอโทษด้วยนะ จำบ่ได้จิง
    ยังงัยช่วย แสดงใบหน้าอันหล่อเหลาให้ดูบ้างดิ
    เผิ่อจะช่วยรื้อความจำได้บ้าง
    แล้วทำมัยเลขเยอะจังล่ะครับ

  34. Ton-Pongphun Says:

    มันคือไอ้โอ๋..น่ะพี่!!

  35. แชมป์ Says:

    อยากได้โน๊ตเบลไลร่าเพลงอิ่มอุ่นอ่ะคร่า
    นะคะ

  36. toa-MC23 Says:

    หวัดดีครับ….ผมก็เล่นวงดุริยางค์ครับ..MC band มงฟอร์ต(เชียงใหม่)..ผมได้มาเล่นสมัยที่มาเปิดโรงเรียนอัสสัมชัญ(สำโรง)น่าจะปี 2522 (ตอนนั้นอยู่ ม.2)มาสองวง…มงฟอร์ต ซึ่งมาวงใหญ่…และบางรัก..มาวงเล็ก….พอจะมีรูปกันบ้างไหมครับ…..ตอนนี้ลูกชายผมจบมาหนึ่งปีแล้ว…เรียนตั้งแต่ ป1-ม6 อัสสัมชัญสมุทรปราการ………

  37. สวัสดีครับพี่ toa ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เข้ามาสนทนากันครับ รูปคงหายากแล้วครับ ไว้ผมเจอพี่ณต..จะเรียนให้ทราบนะครับว่าพี่มาเยี่ยมพวกเรา..

  38. นุ่น Says:

    เดกๆน่ารักจาง


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s