A.C.SR. BAND 1986

กลุ่มวงโยธวาทิตของโรงเรียน อัสสัมชัญ สมุทรปราการ (สำโรง) รุ่นปี 1986

ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ จากหนังสือที่จัดพิมพ์ขึ้นเป็นพิเศษ “วงโยธวาทิตมงฟอร์ต” ปี พ.ศ. 2526 18/01/2009


ani41810

scan0041   scan0042   scan0043     

ข้อความทางประวัติศาสตร์ที่นำมาให้อ่านนี้ คัดลอกมาจากหนังสือฉบับพิเศษ “วงโยธวาทิตมงฟอร์ต” ซึ่งมีการ

ตีพิมพ์ไว้เมื่อปี พ.ศ. 2526 เนื่องในโอกาสที่ วงโยธวาทิตโรงเรียนมงฟอร์ต เชียงใหม่ ได้รับรางวัลชนะเลิศ

การประกวดวงโยธวาทิตแห่งประเทศไทย ประจำปีการศึกษา 2526 ซึ่งนับเป็นความสำเร็จระดับประเทศครั้งแรก

ของโรงเรียนฯ ก่อนที่จะได้ไปโลดแล่นกวาดรางวัลระดับประเทศ และระดับชาติอีกมากมาย กระทั่งถึงปัจจุบันนี้…

 

และในหนังสือเล่มดังกล่าว ได้กล่าวถึง พี่ต๊อก-บัณฑิต พี่ชายที่แสนดีของพวกเรา ผู้ซึ่งมีส่วนในการสร้างความสำเร็จ

ดังกล่าวไว้อย่างน่าสนใจ จึงขออนุญาตคัดลอกและนำมาบันทึกไว้ใน Blog ของกลุ่มฯเรา… ดังนี้… 

 

ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

 

การแข่งขันนัดสำคัญ หลายครั้งคนดูต้องทึ่ง เมื่อ Montfort Band ก้าวลงสนามและแสดงแสนยานุภาพ

ด้วยรูปแบบแปรขบวน ที่มีความรวดเร็ว เฉียบขาดและแฝงด้วยความละเอียดอ่อนสวยงาม นับเป็นศิลปะ

อย่างหนึ่งของมันสมองมนุษย์ที่แปรสภาพออกมาในรูปความพร้อมเพรียงเข้มแข็ง ผู้ชมจะต้องจับตาดูทุกนาที

เพราะ…มันเป็นแบบแปรขบวนที่มีชีวิต! บางนัด ศิลปะประเภทนี้ของ Montfort Band อาจออกมาให้เห็นในรูป

เครื่องจักรกลอะไรสักอย่าง หรือเป็นรูปที่เป็นทรงเรขาคณิตที่เคลื่อนไหวได้ และต่อเนื่องกันเหมือนสายน้ำ

 

และนี่คือ เอกลักษณ์ ของ Montfort Band ที่ไม่ซ้ำแบบใคร และเป็นความภูมิใจที่ประทับไว้ในจิตใจของนักดนตรี

ในวงทุกคน

 

เราขอมอบความภูมิใจของเราให้แก่ บัณฑิต ชาญณรงค์ หรือพี่ต๊อก ผู้ซึ่งทุ่มทั้งแรงกายและแรงใจ ในการคิดค้นรูปแบบ

แปรขบวน รวมไปถึงทั้งการฝึกซ้อมด้วย อาจกล่าวได้ว่า บัณฑิต เป็นผู้บุกเบิกแนวทาง Marching เป็นผู้ปฏิวัติระบบการ

ฝึกภายในวงและเป็นผู้เปิดประวัติศาสตร์ Marching ให้กับ Montfort Band

 

พี่ต๊อก เคยพูดกับเราเสมอว่า วง Marching Band หลายวงของไทยในปัจจุบัน มักใช้การเต้นประยุกต์เข้าจังหวะ ซึ่งไม่

เหมาะสมกับ Marching Band เราน่าจะหาเอกลักษณ์ประจำตัว ซึ่งเป็นลักษณะของ Marching ที่แท้จริง จึงนำเรื่องเข้า

ปรึกษาอาจารย์พินัย ปรีชาภรณ์ และเริ่มทำอย่างจริงจังโดยมีอาจารย์ พินัย เป็นผู้สนับสนุน

 

การปกครองโดย นักเรียนกับนักเรียนก็ได้เริ่มขึ้น ความที่มีใจรักดนตรีของพี่ต๊อก ประกอบกับความสามารถเฉพาะตัว

ไหวพริบและจิตวิทยาอันดี ทำให้พี่ต๊อกก้าวมาเป็นหัวหน้าวงได้อย่างเต็มภาคภฺมิ รวมไปถึงตำแหน่งผู้ฝึกสอนทุกคน

ในวงต่างรักนิสัยอันดีของพี่ต๊อก และขณะเดียวกันทุกคนในวงพอจะเห็นความสำเร็จรำไรแล้วว่า ระบบการสอนโดยนักเรียน

จะทำให้ Montfort Band ก้าวไปสู่วงชั้นนำของประเทศได้

 

ก้าวแรกที่ได้มาคือ การชนะเลิศการประกวดวงดุริยางค์ของเชียงใหม่ในงานฤดูหนาว ในปี 2525 ความเชื่อมั่นในตัวของพี่ต๊อก

เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับความสามัคคีในวง และความช่วยเหลือจากเพื่อนคือวัชรหรือพี่แว่น พี่ประณต และพี่สหรัก ที่ร่วมมือกัน

สร้างสรรค์แต่งเติมความเป็น M.C. Band ทำให้เราได้เป็นตัวแทนเขต 8 ไปแข่งขันประกวดวงโยธวาทิต ฉลอง 200 ปีฯ

ที่กรุงเทพฯ และเมื่อผลปรากฏเราได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 กลับมา ทุกคนในวงเสียใจบางคนถึงกับต้องเสียน้ำตา แต่ทุกคน

ก็ภูมิใจ เพราะมันเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งที่หมายถึงความหวัง

 

ในที่สุดเราก็ได้เป็นตัวแทนเขค 8 ไปแข่งขันที่กรุงเทพฯอีกวาระหนึ่ง การไม่ประสบความสำเร็จในการสอบโควต้าเข้ามหาวิทยาลัย

ทำให้พี่ต๊อกจำเป็นต้องเหินห่างเราไป แข่งนัดนี้เราจึงไปโดยปราศจากพี่ต๊อก แต่นักดนตรีทุกคนรู้ดีว่าใจของพี่ต๊อกมากับพวกเรา

เข้าร่วมแข่งขันกับเราด้วย ก้าวลงไปในสนามพร้อมกับเราในรอบชิงชนะเลิศ ถ้าไม่เชื่อ ลองถาม Drum Major จัตุรัตน์ กับ

นักดนตรีทั้ง 40 คนดู และเมื่อผลปรากฏหลังการแข่งขันเสร็จสิ้น… เราทุกคนก็ยิ้มด้วยความภูมิใจ

 

เราทุกคนทราบดีว่า พี่ต๊อก ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งต้องรับผิดชอบมากยิ่งกว่าการทำหน้าที่เป็นนักเรียนมงฟอร์ตธรรมดาคนหนึ่ง

ซึ่งน้อยคนนักที่จะทำได้ นักดนตรี Montfort Band ทุกคนขอมอบเกียรติประวัติแห่งชัยชนะครั้งนี้ให้แก่พี่ต๊อกด้วยความรัก

และจริงใจ

 

ปาก ปากกา ใจ เขียนให้กับวงมงฟอร์ต

 

ครับ! ความสำเร็จย่อมจะมีความพ่ายแพ้อยู่ด้วยเสมอ ชีวิตคนเราอาจประสบความสำเร็จในด้านหนึ่งแต่ก็อาจพ่ายแพ้ให้กับอีก

ด้านหนึ่ง พี่อยากให้นักดนตรีทุกคนรู้จักแพ้และชนะ ในเวลาเดียวกัน การที่ท่านทั้งหลายพยายามทำตัวให้เป็นผู้ชนะ ชนะทุกสิ่ง

ทุกอย่างจนไม่รู้คำว่าพ่ายแพ้ย่อมจะหมายถึงว่าความเป็นคนของท่านได้ลดลง จนอาจจะหมดเลยก็ได้

 

ครั้งหนึ่งพี่กับพวกเรา ได้ร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคจนบรรลุเป้าหมายได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับสองของประเทศไทยในปี 2525 มัน

เป็นก้าวแรกของพวกเรา และเราก็ก้าวพลาดจนได้ทั้งๆ ที่พยายามป้องกันจนสุดความสามารถ

 

หลังจากการแข่งขันนัดนั้นพี่คิดว่าต้องหาใครสักคนมาเป็นผู้นำวงคนต่อไป เพราะตัวพี่เองตระหนักอยู่เสมอว่า ชีวิตนักเรียน สิ่งที่

มุ่งหวังกันมากที่สุดก็คือมหาวิทยาลัย แต่หลังจากที่ได้สัมผัสกับดนตรี ดนตรีสอนให้พี่รู้จักวิถีในการดำเนินชีวิต ดนตรีทำให้พี่

ตาสว่าง ทำให้พี่รู้ว่า “ชีวิตคนเราจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อผ่านเข้ามหาวิทยาลัย แต่ชีวิตที่ไม่ได้ผ่านมหาวิทยาลัยก็ใช่ว่า

จะไม่ประสบความสำเร็จ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความตั้งใจจริงต่างหาก” ในที่สุดพี่ก็ตัดสินใจมอบภาระอันหนักหน่วงให้แก่ กฤษดิ์

บูรณวิทยวุฒิ เป็นผู้รับช่วงแทน และเขาก็สามารถทำได้สำเร็จจริงๆ กล่าวคือสามารถนำวงให้ชนะเลิศ การเป็นตัวแทนของเขต

การศึกษา 8 ในการเข้าแข่งขันดุริยางค์ทั่วประเทศ ทำให้ทุกคนรวมทั้งตัวพี่มั่นใจมากในตัวเขา พี่เริ่มจะมองเห็นคลื่นลูกใหม่

ที่จะเข้ามาแทนคลื่นลูกเก่าแล้ว ทำให้พี่สบายใจ และเริ่มวางมือจากดุริยางค์ หันหน้าเข้าสู่บทเรียนเหมือนกับตอนที่อยู่ ม.ศ. ต้น

นับว่าเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนในความยิ่งใหญ่ในการเป็นแชมป์ของดุริยางค์ มงฟอร์ต ด้วยเช่นกัน

 

ผู้ที่พี่จะลืมกล่าวถึงไม่ได้นั่นคือ จัตุรัตน์ รัตนไชยศรี ดรัมเมเยอร์ของเรา ผู้ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีความมั่นใจและตัดสินใจได้เด็ดเดี่ยว

หนหนึ่ง เป็นผู้นำวงในขระเดินได้เป็นอย่างดียิ่ง ถึงแม้ว่าฝีมือการควงคฑาจะหย่อนจากดรัมเมเยอร์คนก่อนๆ แต่การตัดสินใจของเขา

ดีเยี่ยมยากที่จะหาผู้ใดมาทดแทนได้ และย่อมชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปได้เป็นอย่างดี

 

พี่จึงกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่า ในการเป็นแชมป์เปี้ยน ปี 2526 นี้มันเหมาะมาก มันเป็นช่วงจังหวะที่เหมาะสม เป็นช่วงจังหวะที่รวบ

รวมยอดฝีมือไว้ นับแต่บราเดอร์ มาสเตอร์ผู้ฝึกสอน ดรัมเมเยอร์ ตลอดจนผู้เล่นทุกท่าน

 

ท้ายนี้ขอให้น้องๆ รุ่นต่อๆ ไป จงพยายามรักษาเกียรติประวัติอันนี้ไว้เพื่อมอบเป็นมิ่งขวัญและกำลังใจให้แก่ชาวไทย และชาว

เชียงใหม่ชั่วกาลนาน

 

ต๊อก -บัณฑิต ชาญณรงค์

 

คำถามที่ 5 ใน 7 คำถาม กับแชมป์ประเทศไทย

 

คำถามที่ 5 ซ้อมกันอย่างไรจึงได้แชมป์

ตอบ : เวลาซ้อม Concert ม.พินัย จะเป็นครูผู้ฝึกสอน นักดนตรีทุกคนเคารพและรักในตัวของมาสเตอร์ มาสเตอร์เคยเตือน

พวกเราเสมอว่าการเรียนต้องมาก่อน ดนตรีเป็นรองในเวลาซ้อม ถ้าเล่นได้ไม่เป็นที่พอใจมาสเตอร์จะตะโกนด่าเสียงดัง

ไม้กลองที่เคาะกับแป้น Conduct ทำให้ Alaskan Night มีชีวิตชีวาขึ้นมา ได้ทำให้คนหลายคนเป็นคน ส่วนเรื่องแถวจะใช้

ระบบการสอนโดยนักเรียนกับนักเรียน เริ่มใช้โดยพี่บัณฑิต เป็นคนแรก ช่วงแรกๆ มีปัญหามากมาย ลองวาดภาพดูว่าจู่ๆ ก็มี

เพื่อนนักดนตรีที่เคยเล่นด้วยกันมาชี้ให้เราทำอย่างนี้ อย่างโน้น บางครั้งก็ลงโทษ ความคิดหลายอย่างมันผุดขึ้นในหัวสมอง

ใจหนึ่งบอกว่าอิจฉา ใจหนึ่งบอกหมั่นไส้ แต่แล้วความคิดเหล่านั้นก็พ่ายแพ้ความรักวงและความศรัทธาในตัวพี่บัณฑิต อย่าง

ราบคาบ ทุกคนพร้อมที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า ความสามัคคี การรวมพลังกัน ทำให้เราฟันฝ่าอุปสรรคหลายอย่างมาได้อย่าง

มั่นใจ

 

 

อ่านกระทู้ที่เกี่ยวข้องได้ที่ Link ด้านล่าง

มงฟอร์ต กับรางวัลเหรียญทองเหรียญแรกของประเทศไทย ในการแข่งขันดุริยางค์นานาชาติ ณ เมือง Kerkrade เนเธอร์แลนด์ในปี 2528

 

21 Responses to “ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ จากหนังสือที่จัดพิมพ์ขึ้นเป็นพิเศษ “วงโยธวาทิตมงฟอร์ต” ปี พ.ศ. 2526”

  1. โฉมหน้าผู้ปฏิวัติวงการวงโยธวาฑิตที่แท้จริง

    พี่ต๊อกเป็นเหมือนผู้จุดประกายความรู้สึกพวกเราทุกคนให้เกิดความมุ่งมั่นและเกิดความต้องการที่จะตะกายดาว…

    พี่ต๊อกที่ให้ข้อคิดที่ดีๆ ส่วนตัวแล้วมีคำบางคำของพี่ต๊อกทำให้เราเก็บมาคิดจำและเป็นแรงผลักดันให้ เกิดแรงขับเคลื่อนได้

    อยากให้เรามองย้อนกลับไปยุคนั้น ยุคที่เราเป็นเด็กเล่นดนตรีอยู่ ในขณะที่พี่ต๊อกพี่ณต เป็นเสมือนรุ่นพี่ ยังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา ……….แต่ความเป็นรุ่นพี่ของพี่ต๊อก พี่ณตนั้น มันยิ่งใหญ่เกินกว่า เด็กระดับอุดมศึกษาคนนึง จะมาทำมาสร้างสอนให้แก่เด็กๆให้รู้จักโต ซึ่งพี่ต๊อกรู้มั๊ยว่าพวกเรามองพี่ต๊อกพี่ณตเนี่ย ว่าแก่เกินวัย……….. แก่ คมในวาทะ, แก่คิด ที่สร้างสรรค์, การกระทำที่น่าเอาเยี่ยงอย่าง

    ไม่ได้ต้องการ สรรเสริญหรือเยินยอพี่ แต่ต้องการประกาศให้คนอื่นทราบ ก็เท่านั้น

  2. อยากให้ webmaster สัมภาษณ์เพิ่มเติมพี่ต๊อกสักหน่อย เป็นสิ่งที่เราอยากรู้มานานแล้วว่า

    ในวัยที่พี่ต๊อกอยู่แค่ระดับมัธยมปลาย หรือ ระดับอุดมศึกษา อะไรสอนให้พี่ต๊อกรู้จักคิด ได้ขนาดนั้น คือคิดที่จะปฏิวัติวง ออกแบบ marching ได้ด้วยตัวเอง
    อะไรที่ทำให้พี่ต๊อกมั่นใจว่าในสิ่งที่คิดเป็นสิ่งที่ถูกต้อง มีแนวคิดเช่นนั้นได้อย่างไร

    เพื่อเป็นวิทยาทานแก่รุ่นน้องครับ

  3. Ton-Pongphun Says:

    ขอสารภาพกับเพื่อนๆ ว่า หนังสือเล่มนี้ เราได้ถือวิสาสะขโมยออกมาจาก
    ห้องสมุดของโรงเรียนฯ ตั้งแต่ปี 2530 โน่น (ครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต)
    เพราะว่าตอนนั้นหนังสือเล่มนี้เขาไม่ให้ยืม มันเหมือนหนังสือเผยแพร่ข่าวสารฯ

    หลังจากได้มาก็เก็บไว้อย่างดี ไม่เคยนำออกมาเผยแพร่เลย

    ไม่รู้ว่าในทางกฏหมาย ตอนนี้หมดอายุความไปหรือยัง!?!

  4. OH+ is Awesome Says:

    เอาหัวขโมยอยู่นี่เอง คุกแน่มรึง
    ว่าแต่ว่าอย่าลืมสัมภาษณ์พี่ต็อกลงบล็อกนะคับ

  5. เป็นต่อ(ผู้ที่หนุ่มที่สุดในวง) Says:

    อืม…ผมพันตำรวจเอกปลอมตัวมาสืบราชการลับตามหาช้าง ไม่ใช่ตามหาหนังสือ ยอมรับสารภาพมาซะดีๆ

  6. พันตำรวจเอกต่อ…….

    ท่านผู้กำกับ เสียเวลาสืบราชการลับนานไปป่าวครับท่าน ท่านสืบราชการจนเพื่อนๆ เค้ายอมไม่รอรับปริญญาพร้อมท่าน เค้ารับไปเกือบ 10 ปีก่อนกันทั้งนั้นแล้วครับท่าน ผกก.

  7. อืม จริงหรอเนี่ย

  8. OH+ is Awesome Says:

    พันตำรวจเอกต่อ…….ผู้กินกับตัวยง

  9. Ton-Pongphun Says:

    บ้า…อานน้านน่ะ มะเอียมัน…

  10. OH+ is Awesome Says:

    มะเอียมันนี่เอง ขอบคุณมากต้น แต่อย่าไปแซวน้องมันเร้ย

    ต่อพี่ถามหน่อย เรียนก็จบแล้ว มะเอียก็มีแล้ว
    คอนนี้คิดทำอะไรต่อไป (นอกจากหามะเอียใหม่)

  11. Bundit=TOK Says:

    ขอบคุณทุกคนที่ทำให้ความทรงจำดีดีของพวงเรากลับมาอยู่ตรงหน้า อีกครั้ง ช่วงเวลาที่ผ่านมา ย่อมพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า ชัยชนะที่แท้จริงคนเรา มิได้อยู่ที่ถ้วยรางวัล หากแต่อยู่ที่น้ำใจ รู้รัก สมัครสมานสามัคคี จนทำให้เรารวมกันเป็นหนึ่ง ตราบจนทุกวันนี้

    Bundit=TOK

  12. Ton-Pongphun Says:

    สวัสดีครับพี่ต๊อก..เรากำลังรอคุยกับพี่ประโยชน์ฯ กัน
    ถ้าไม่รีบนอน ขอเชิญที่กระทู้ล่าสุดครับพี่…

  13. OH+ is Awesome Says:

    พี่ TOK คือหนี่งในแรงบรรดาลใจของพวกผมครับ
    เก็บไปเล่าให้ลูกให้หลานไม่มีเบื่อ

  14. ดีใจที่พี่ต๊อกเข้ามาครับ….ต้องไปทำงานต่อแล้วหละครับ Y _ Y”

  15. พี่กุ้ง - วีระยุทธ Says:

    พี่ดีใจมากทีได้เห็นพวกเราวันนี้ ยังรวมตัวกันได้อย่างเหนียวแน่น
    มิตรภาพที่เราปลูกฝังกันในวง Band เป็นอะไรที่เราไม่รู้ลืม
    ทำให้พวกเราแข็งแกร่ง จนมีวันนี้ได้
    ฝากความะลึกถึง ม.ปรีชาด้วยครับ เห็นท่านในภาพแล้ว
    รู้สึกว่าท่านยังมีสุขภาพแข็งแรงดีอยู่

    Blog นี้พี่หลุดเข้ามาโดยบังเอิญ ขณะ search หาคนใน Google
    ตอนนี้พี่มาทำปริญญาเอกอยู่ที่อังกฤษ
    แล้วจะแวะเข้ามาเยี่ยมเยียนอีกครับ

  16. Ton-Pongphun Says:

    สวัสดีครับพี่ ดีใจจริงๆ…

    พวกเราพยายามตามหาพี่กันอย่างหนัก
    ถามใครก็ยากที่จะติดต่อได้ พี่สบายดีนะครับ…

    แวะเข้ามาคุยกับพวกเราบ่อยๆ นะครับ…

    ทุกๆ กระทู้เลย…ในนี้มีแต่เด็กไม่ยอมโตทั้งนั้น…

  17. hajimefuruto Says:

    หวัดดีครับพี่กุ้ง……ตอนนี้ที่อังกษคงหนาวอยู่…..น่าอิจฉาจัง……อยากกลับปาย….อยากกลับปาย……..Y _ Y”

    รักษาสุขภาพนะครับพี่ พวกเรายังระลึกถึงพี่เสมอครับ (อิอิฬฬฬทำเป็นห่วงใยตีสนิท…..ครีืออาจจะฝากพี่ซื้อของกลับมาครับ…..เรวจริงๆเรยป๋ม……)

    ตอนนี้ก็เหลือแต่พี่นึกคนเดียวสินะที่เรายังตามตัวไม่เจอ…..

    รักษาสุขภาพนะครับพี่……แล้วแวะมาคุยกันบ่อยๆนะครับ ^ _ ^”

  18. OH+ is Awesome Says:

    หวัดดีครับพี่กุ้ง ผมโอ๋เป่า Alto Sax ครับ
    อยากไปอังกฤษแต่ไม่มีตังค์ครับ

  19. bung Says:

    สวัสดีครับพี่กุ้ง….(ว่าที่ด๊อกเตอร์คนใหม่)

    บุ๊งเองครับพี่กุ้ง ไม่ทราบว่าจำกันได้ป่าวครับ บุ๊งที่หน้าตาหล่อๆ เท่ห์ ๆอะครับ พี่ไปเรียนเมืองไหนครับ (บังคับตอบครับพี่กุ้ง) เป็นคำถามที่ไม่มีนัยยะใดๆเพียงแต่ ต้องการให้พี่กุ้งเข้ามาตอบจะได้เข้ามาคุยกับพวกเราบ่อยๆครับ

    ดูแลและรักษาสุขภาพด้วยครับพี่กุ้ง………เวลาไปอังกฤษ อย่าลืมพกรังนกสก๊อตไปด้วยนะครับ เพราะท่าทางเรียนหนัก เวลาเรียนจบกลับถึงไทยแล้ว จะได้ดูหนุ่มอยู่เสมอครับ

  20. เอ Says:

    หวัดดีครับพี่กุ้ง ผมเอ(แจ๋น) หวังว่าพี่จะยังจำได้ ยังไงขอให้สำเร็จไวๆนะพี่ กลับมาแล้วค่อยหาโอกาสพบกัน……..รักษาสุขภาพด้วยพี่ ที่อังกฤษยุงลายมันเย้อะ……………………………..

  21. OH+ is Awesome Says:

    ที่อังกฤษยุงลายมันเย้อะ…จริงเรอะ…
    เดี๋ยวจะให้อบต.แถวบ้านเอาทอควันยักษ์ไปยิงให้หมด


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s