A.C.SR. BAND 1986

กลุ่มวงโยธวาทิตของโรงเรียน อัสสัมชัญ สมุทรปราการ (สำโรง) รุ่นปี 1986

ของใกล้ตัว….ที่ผมไม่ได้รู้จักมันเลย….. 18/03/2009


ani418

flute scan0014

 

ถือเป็นโอกาสอันดีที่วันนี้ไม่มีเรื่องรำคาญใจมาเพิ่มดีกรีความเครียดให้กันครับ…….อยากจะเขียนเรื่องนี้มาได้ซักพักใหญ่แล้วเกี่ยวกับของใกล้ตัวมากๆที่ผมคิดว่าผมเคยรู้จักมันดี……แต่ในความเป็นจริงแล้ว…..ผมแทบไม่รู้จักมันเลยทั้งๆที่เห็นๆกันมาตั้งแต่เด็กๆ

 

ทุกๆคนในวงคงรู้ว่าสมัยเด็กๆผมเล่นปิ๊คโคโล่ฟลูท…….ก็ไอ้ปิ๊คโคโล่นี่แหละเรียกกันแบบสั้น……ฟลูทนี่เป็นภาษาอังกฤษครับ แต่……ปิ๊คโคโล่นี่แปลว่า เล็ก จิ๋ว อะไรเทือกนั้น เป็นภาษาอิตาเลี่ยน แปลรวมๆกันก็จะได้ใจความว่าขลุ่ยอันเล็ก…..ฟังดูน่ารักจุ๋มจิ๋มมิใช่น้อย

หลังจากโดนเตะออกมาจากวง……ผมมีความตั้งใจจริงๆนะครับว่าอยากเป่าฟลูท…..อยากเป็นนักเป่าฟลูทที่เก่งกาจเหมือน ฮีโร่ของผมสองคน Steve Kujala และ Sir James Galway……สองคนนี้มีแนวทางการเล่นแตกต่างกันอย่างมากนะครับ…… Sir James จะเน้นเล่นคลาสสิค ขณะที่ Steve จะเป็น New Age ออกไปทาง Jazz นิดๆ….ทั้งสองคนนี้เล่นฟลูทมาแต่เด็กครับ……อายุ 14 เด็กชาย Galway ในตอนนั้นตัดสินใจที่จะเป็นนักเป่าฟลูท ขณะที่ Steve มีพ่อ Walfried Kujala เป็นคนเป่าปิ๊คโคโล่ในวง Chicago Philharmonic Orchestra ก่อนที่ Walfried จะ retire พ่อลูก Kujala ได้มีโอกาสเล่นในวง Chicago Phil. ร่วมกันด้วยช่วงระยะเวลาหนึ่ง

 

มาว่ากันด้วยเรื่องฟลูทต่อ……ฟลูทตัวแรกของผมเป็นฟลูทจีนแดงยี่ห้อ Stephenson ครับ……เก็บตังค์ได้ครึ่งนึง…แม่ออกให้อีกครึ่งนึง……ไปซื้อกับ พี่ต๊อก-บัณฑิต ที่เวิ้งนครเกษม……สามพันกว่าบาท……แพงเอาการอยู่ถ้าเทียบกับค่าเงินและคุณภาพงานจากจีนแดงในยุคสมัยนั้น

 

ผมมาหยุดเป่าฟลูทเป็นการชั่วคราว…….ตอนเลิกเข้าไปช่วย พี่ณต-ประณต ทำวงราชวินิตบางแก้ว…….ด้วยความรู้สึกว่าไม่สามารถพัฒนาตัวเองให้เก่งกว่านี้ได้อีกแล้ว……ท้อใจ….แล้วไหนต้องเอ็นสะท้านให้ติดอีก……..ไม่เคยนึกว่าการหยุดเป็นการชั่วคราวของผมจะกินเวลานานเกือบยี่สิบปีแหนะ…….จนกระทั่งปีที่แล้ว…..เอม…..ภรรยาผม……ให้ฟลูทตัวใหม่มาเป็นของขวัญวันเกิด…….นี่เป็นจุดหนึ่งที่ผมเริ่มกลับมาเล่นกับเค้าและเริ่มทำความรู้จักกับเค้าอย่างจริงจังอีกครั้ง……

 

ว่ากันตามประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ของฟลูท…….ฟลูทถือเป็นเครื่องดนตรีในกลุ่มเครื่องเป่าที่มีความเก่าแก่ที่สุดชิ้นนึงของโลกนะครับ…..วิวัฒนาการมาจากกระดูกสัตว์…นำมาเจาะรู……ข้ามสายพันธ์มาเป็นไม้เนื้อแข็ง……แล้วจึงมาเป็นฟลูทที่มีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดโดย Theobald Boehm ทั้งด้านรูปลักษณ์และระบบกลไกในช่วงกลางคริสตศรรตวรรษที่ 19 (ราวปี 1850) ฟลูทยังถือเป็นแม่แบบด้านกลไกของเครื่องลมไม้อื่นที่เราได้เห็นกันในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น โอโบ คลาริเน็ต หรือ แซ็กโซโฟน……แม้เวลาจะผ่านพ้นมาร้อยกว่าปีแล้วก็ตาม……ฟลูท….ก็ยังคงมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง….

 

ไม่น่าเชื่อว่าตลอดระยะเวลาที่ผมเล่นฟลูทและหยุดเล่นฟลูทมาเป็นเวลายาวนาน……..ผมไม่สามารถเรียกส่วนประกอบต่างๆของฟลูทได้ถูกต้องเลยแม้แต่ชิ้นเดียว…..พูดแล้วยิ่งน่าขายหน้า เริ่มจากส่วนหัวมันก่อนแล้วกัน โดยปกติเครื่องเป่าทั่วๆไปจะเรียกส่วนนี้ว่า mouth piece ครับ แต่การที่ฟลูทเป็นเครื่องดนตรีที่มีขนบของตัวเอง…ส่วนหัวของมันจึงเรียกว่า Head Joint – Head Joint ก็จะประกอบไปด้วย ส่วนที่รองรับริมฝีปากซึ่งเรียกกันว่า Lip Plate และภายใน Lip Plate ที่มีการเจาะรูไว้สำหรับเป่าลมเข้าไปเราเรียกรูนี้ว่า Embouchure ยังมีส่วนประกอบที่สำคัญอีกชิ้นนึงของ Head Joint เราเรียกมันว่า Head Joint Cork ไอ้เจ้า Head Joint Cork นี่เป็นเหมือนประตูปิดทางลมที่เราเป่าให้ทิศทางเข้าไปสู่ภายในตัวฟลูทเพียงด้านเดียว……และแน่นอนเพื่อความสวยงาม…..ด้านบนสุดของ Head Joint Corkจึงต้องมีจุกโลหะเล็กๆเพื่อปิดช่องว่างของ Head Joint Cork เราเรียกมันว่า Crown ครับ

 

มาถึงตัวฟลูทกันบ้าง…….ตัวฟลูทนี่จะมีชื่อเรียกกันอย่างกว้างขวางอยู่สองชื่อนะครับ…….ถ้าไม่เรียกว่า Body ก็จะเรียกกันว่า Middle Joint แต่ผมจะชอบเรียกมันว่า Middle Joint ซะมากกว่า Middle Joint นี่ก็จะประกอบไปด้วยกลไกนับร้อยชิ้นที่ทำหน้าที่ปิดและเปิดรู หรือ Tone Holes ที่ทำให้ฟลูทและผู้เล่นฟลูทร่วมกันสร้างเสียงสูงต่ำ….แตกต่างกันออกไป……ส่วนที่เราใช้านิ้วกดไปปิด Tone Holes อีกทีนึง เราเรียกมัยว่า Keys ครับ Keys เหล่านี้จะถูกบังคับโดยสปริงที่ติดตั้งตามแกนทางด้านข้างของตัวฟลูท…..เป็นกลไกที่ไม่มีความซับซ้อนนักเพื่อช่วยในการเปิดและปิด Tone Holes ……….เรายังแบ่ง Keys ได้เป็นอีกสองประเภทนะครับ คือแบบ Close Holes และ Open Holes แปลตรงตัว……แบบ Close Holes ด้านบนของคีย์จะถูกปิดหมด ขณะที่ Open Holes จะมีการเจาะรูทางด้านบนของตัวคีย์……สองแแบบนี่ให้เสียงแตกต่ากันอยู่บ้างนะครับ เท่าที่ลองมา Close Holes จะให้เสียงค่อนข้างทึบและเบากว่า Open Holes อยู่บ้าง แต่ แบบ Close Holes ก็เป็นมาตรฐานสำหรับผู้เริ่มต้นฝึกหัดฟลูทครับ…….ขณะเดียวกัน……แขนที่เชื่อมระหว่างคีย์ต่างๆยังแบ่งได้อีกสองชนิดครับ แบบแรก เรียกันว่า Y Arms หรือ Italian Style ส่วนแบบที่สอง เราเรียกมันว่า French Pointed Arms แขนที่เชื่อมระหว่างคีย์ ไม่ได้มีผลกับเสียงครับ แต่มีผลทางด้านความแข็งแรงคงทนมากว่า ดังนั้นเราจึงเห็นแขนที่เชื่อมระหว่างคีย์ที่เป็นแบบ French Pointed Arms ในฟลูทรุ่นโปรที่มีราคาสูงทุกรุ่น…..

 

Foot Joint เป็นชิ้นส่วนหลักชิ้นสุดท้ายครับที่ขาดไม่ได้…….ฟลูทที่เห็นโดยทั่วไปในรุ่นนักเรียนเราจะเห็นว่ามันสามารถเป่าโน้ตตัวต่ำสุดได้แค่ตัว Do (C)  ครับ…..แต่ปัจจุบันมาตรฐานของฟลูทที่ใช้อยู่ในรุ่นนักเรียนกำลังจะเปลี่ยนอย่างในฟลูทยามาฮ่ารุ่นนักเรียนบางรุ่นได้ผลิตขึ้นมาให้ Foot Joint มีรูเพิ่มอีกหนึ่งรูให้เป่าตัว Tee (B) แล้วครับ…….เราจึงมีศัพท์เรียก Foot Joint แบบต่างๆกันเช่น Low C, Low B, หรือที่เคยเห็นตัวที่เป่าต่ำสุด นี่เป็น Low B Flat เป็นฟลูทตัวพิเศษที่ Cooper ทำให้ Sir James เล่น…….. Foot Jointแต่ละประเภทมีผลต่อเสียงครับ ยิ่งท่อยาวเท่าไหร่ ยิ่งเป่าเสียงได้ต่ำลงและยิ่งทำให้เสียงฟลูท sustain ได้ยาวขึ้น……อันนี้คงเหมือนกีต้าร์โปร่งครับ…..ยิ่งตัวหนาเสียงก็จะดังก้องกังวาลกว่ากีต้าร์โปร่งตัวที่บางกว่า

 

เหนื่อยจริงๆ……แม้ว่าในปัจจุบันฟลูทส่วนใหญ่จะผลิตมาจากโลหะต่างๆ เช่น ทองคำ เงิน หรือ นิเกิ้ล จาผลการวิจัยชิ้นหนึ่งที่ผมเคยอ่านเจอ……..ผู้ฟังร้อยละเก้าสิบแยกไม่ออกว่าผู้เล่นใช้ฟลูทที่ทำมาจากโลหะชนิดใด……มีเพียงฟลูทที่ทำมาจากแพลตตินั่มเท่านั้นที่ให้เสียงดังกังวานกว่าโลหะชนิดอื่นๆ……ในปัจจุบันมีผู้ผลิตฟลูทระดับโลกอยู่หลายรายครับ ไม่ว่าจะเป็น Yamaha, Muramatsu, Miyasawa, Sankyo, Cooper, Louis Lot…….และอีกมากมาย…..แต่ฟลูทที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในขณะนี้ไม่น่าจะหนี Nagahara……..Nagaharaได้ชื่อว่าเป็นฟลูทที่แพงที่สุดและทำออกมาจำนวนน้อยที่สุดต่อปีครับและเป็นที่น่าสังเกตุได้ว่า…….ญี่ปุ่น……น่าจะเป็นชนชาติที่มีโรงงานผลิตฟลูทชั้นดีอยู่มากที่สุดในขณะนี้

 

แม้ว่าเราจะได้เห็นฟลูทไม้และฟลูทโลหะในปัจจุบัน……แต่ก็ยังมีวัสดุและกลไกใหม่ๆที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเล่นฟลูทครับ…….ยกตัวอย่างระบบกลไกใหม่ที่พัฒนาขึ้น ที่เรียกว่า Brogger System หรือแม้แต่วัสดุตัวใหม่ๆที่ใช้ผลิตฟลูทอย่าง Grenaditte Flute ที่ใช้วัสดุสังเคราห์เพื่ือสร้างฟลูทออกมาให้มีน้ำหนักเบาเพื่อความสบายของผู้เล่น ที่คิดค้นโดย Geofrey Guo – Flute Designer จากค่าย Guo Musical Instrument จากใต้หวันครับ 

 

ไอ้ Grenaditte Flute เนี่ยแหละที่ผมบ่นๆว่าอยากได้……..เพราะน้ำหนักเบา…….โทนเสียงที่ออกไปทางฟลูทไม้…….และต้องการการบำรุงรักษาน้อยกว่าฟลูทโลหะทั่วไป…….เอาไว้ดอลล่าร์อ่อนบาทแข็งเมื่อไหร่……..ได้เจอกัน….^ _ ^”

 

20 Responses to “ของใกล้ตัว….ที่ผมไม่ได้รู้จักมันเลย…..”

  1. Naitontuayong Says:

    ไอ้ตัวกระผมเองรู้จักท่าน Sir James Galway ครั้งแรก
    ก็เมื่อครั้ง 20 กว่าปีก่อนโน่น สมัยไปนั่งเล่น นอนเล่น
    อยู่ที่บ้านท่านนั่นแหละ จะไม่รู้จักได้ยังไง มองไปทางไหน
    ก็มีแต่กองเทป กองหนังสือ อยู่ทั่วห้องไปหมด…

    อย่างไรก็แล้วแต่ มันก็ทำให้เพื่อนเจ้าของกระทู้ของผม
    ใช้สูตรพระอภัยมณี พิชิตใจน้องเอม..มาครอบครองได้…

    ว่าแต่ว่า เป่าจนน้องเขาหลับน่ะดิ ถึงได้สำเร็จ…

  2. hajimefuruto Says:

    ตอนนี้กองเทป กองหนังสือยังคงอยู่บ้านแม่อ่ะ…..
    แต่เพลงส่วนใหญ่ที่ฟังตอนนี้พยายามเอา โหลดเข้าฮาร์ดดิสค์หมด…..
    หมดไปร้อยกว่ากิ๊กแระ……

    ยังมีที่ไม่ได้ก๊อปลง ฮาร์ดดิสค์อีกเพียบ…..
    สงสัยตัวสองร้อยห้า้สิบกิ๊กนี่ไม่น่าจะพอแฮะ….^ _ ^”

  3. นายเล็ก Says:

    โห….เก็บกันอย่างงี้ มี 10 เทราไบท์ ก็เต็มครับท่าน ขอบคุณสำหรับข้อมูลเชิงลึก (หรือยาววะ🙂 ) ทำให้ blog เรามีวิชาการกะเค้าหน่อย อิอิ…..

  4. hajimefuruto Says:

    น่าจะเป็นข้อมูลแบบตีขลุมมากกว่าอ่ะเล็ก…..จริงๆแล้วยังไม่ได้ลงรายระเอียดเรื่องกลไกของ Boehm ฟลูทที่ในช่วงยี่สิบปีนี้มีการพัฒนาขึ้นมาอีกเพื่อช่วยในการเป่าโน้ตบางตัวให้ง่ายและเที่ยงตรงขึ้นนะ……

    นี่ยังไม่ได้พูดถึงรายละเอียดของ Brogger System ด้วย…..แค่รู้ว่ามีความสลับซับซ้อนมากกว่ากลไกของ Boehm ถ้าจะให้ลงลึกนี่สงสัยจะต้องว่ากันยาว…….^ _ ^”

  5. OH+ is Awesome Says:

    ยม..ชื่อหัวข้อนะกระทู้นะ…เหมือนสิ่งที่กรูกำลังจะพูดเมื่ออ่านเรื่องนี้จบ
    กรูไม่รู้เรื่องเร้ย…แต่ก็พยายามจะเข้าใจอยู่นะ

  6. hajimefuruto Says:

    จะบอกว่าแฟนกรูอ่ารู้เรื่องว่ะโอ๋……เป็นนักดนตรีแท้ๆ…….

    น่าขายหน้าจริง……อิอิอิอิอิ……. ^ _ ^

  7. Naitontuayong Says:

    แต่กรูน่ะ ไม่รู้เรื่องว่าพวกมรึงสองคนกำลังคุยอะไรกันอยู่อะดิ

  8. aekYotsiri Says:

    à¹×éÍËÒ´ÕÁÒ¡ µØéÁ
    à¡×ͺÃÙéàÃ×èͧ..áµè¡ÒÃä´é¶èÒ·ʹàÃ×èͧ·ÕèàÃҪͺ áÅÐÁÕâÍ¡ÒÊ áºè§»Ñ¹
    µÃ§¹ÕéàÃҪͺ!
    à»ÅÕè¹ÃʪҵÔÍÒËÒÃ
    (¤ÇÒÁÃÙé)ºéÒ§¨Ðä´éäÁèà«ç§…

  9. คุณ ยดหริ เค้า comment มา เค้าคงรู้เรื่องอยู่แค่คนเดียวมั๊งครับ

    หรือว่าท่านใดอ่านออกช่วยแปลให้ทีครับ อยากทราบว่าท่าน ยดหริ ท่านจะสื่อให้เราทราบว่ากระไร

  10. Naitontuayong Says:

    จากเม้นท์ที่ 8

    ตอนเด็กๆ เคยสงสัยเหมือนกัน
    ว่า เอก..คงไม่ใช่คนดาวเดียวกับเรา…

    ตอนนี้หายสงสัยแล้วล่ะ…

  11. aekYotsiri Says:

    Dear.bung and ton
    you can do it !
    i comments is goods columns i like it okay.

  12. hajimefuruto Says:

    Thanks a lot, mate, for being so encouraging. I’ll try to make it better and better , next time.

    Take care. ^ – ^”

  13. เอ Says:

    flute นี่เล่นคู่กับ sax ได้ป่าววะยมตุ้ม……

  14. hajimefuruto Says:

    น่าจะได้นะ…..ถ้าเป็นแจ๊สอ่ะ……

    เสียดาย……เล่นแจ๊สไม่เป็นง่ะ……

  15. OH+ is Awesome Says:

    ยม…ไม่แจ๊สก็เล่นได้ครับ
    เห็นมาหลายคู่แล้วครับ

  16. hajimefuruto Says:

    โอ๋….อย่ากล่าวอ้างลอยๆ……เอาหลักฐานมาให้ดูด้วย……^ _ ^

  17. OH+ is Awesome Says:

    ท่านยมครับ…ผมคิดว่าในแคตตาลอกท่านก็คงมีอยู่หลายคู่อยู่
    มีคู่ไหนที่เป็นแจ็สบ้างละครับ…

  18. AKyotsiri Says:

    คิดว่า น่าจะเป็น๊ำษาของชาวโลกได้แล้วไปดูทู่เมนท์ไปข้างบน ก็ยังไม่เข้าใจ แต่สรุปว่า เป็นเนื้อหาที่มีสาระ มีคุณค่ามากครับพี่น้อง

  19. nutai Says:

    ขอบคุณมากเลยค่ะ แอบมาอ่าน กำัลังนึกอยากเรียน flute อ่ะค่ะ
    เลยเซิร์ชในอากู๋ แล้วก็มาเจอ

    ขอบคุณที่ให้ความรู้ค่ะ

  20. เอ 213 Says:

    พูดไรวะเอก อ่านไม่เข้าใจ…
    ยมตุ้ม…เวลาเล่นคู่กะ sax เนี่ย…ตอนอายุเท่าไรวะ….:))


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s