A.C.SR. BAND 1986

กลุ่มวงโยธวาทิตของโรงเรียน อัสสัมชัญ สมุทรปราการ (สำโรง) รุ่นปี 1986

ACSR BAND 1986 จากหนังสือ 3 ทศวรรษ โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ… 17/02/2013


cats-654

 

ACSR BAND 1986 รวมตัวกันได้อย่างไร

พวก เราเป็นศิษย์เก่า โรงเรียนอัสสัมชัญสำโรง (ม.3) รุ่น 5 ถึงรุ่น 9 มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 41 คน รวมกลุ่มทำกิจกรรมเป็นนักดนตรีวงโยฑวาฑิตของโรงเรียน รุ่นที่ 3 อยู่ในระหว่างปี พ.ศ. 2526-2529 สมัยของท่านบราเดอร์หลุยส์ ชาแนล เป็นอธิการ และมาสเตอร์ปรีชา บุญญะสิทธิ์ เป็นครูใหญ่ โดยมีมาสเตอร์ประทิน ชัยมาลิก เป็นครูดนตรีคนแรก ช่วงปลายปี พ.ศ. 2528 ถึงต้นปี พ.ศ. 2529 ภายหลังจากที่วงโยธวาฑิตของโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยได้รับรางวัลชนะเลิศ ระดับประเทศ และรับรางวัลเหรียญทองแรกจากการแข่งขันดุริยางค์นานาชาติ ณ เมือง Kerkrade ประเทศเนเธอร์แลนด์กลับมา มาสเตอร์ปรีชาฯ จึงได้ชักชวนพี่ทั้งสองคนซึ่งเป็นผู้มีส่วนสำคัญในความสำเร็จของวงมงฟอร์ตมา ทำหน้าที่ฝึกสอนพวกเรา ท่านแรกคือ ดร.บัณฑิต ชาญณรงค์ หรือพี่ต๊อก (ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล) อีกท่านหนึ่งคือ คุณประณต เลิศมีมงคลชัย หรือพี่ณต (ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) นอกจากนั้นยังมีพี่ๆ จากวงดุริยางค์มงฟอร์ตฯ อีกหลายท่านที่สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาให้ความรู้และเป็นกำลังใจให้กับ พวกเราตลอดช่วงเวลา 1 ปีเต็ม

ACSR BAND 1986 เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเริ่ม ใครสอน ใครสาน

ACSR BAND 1986 เกิดขึ้นในช่วงปลายปี พ.ศ. 2529 ภายหลังการแข่งขันวงโยธวาฑิต นักเรียน นิสิต นักศึกษา ระดับเขตการศึกษาที่ 1 ซึ่งพวกเราได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 กลับมาได้ไม่นาน ก็ตัดสินใจยุติการทำกิจกรรมทางดนตรี แยกย้ายกลับไปดำเนินชีวิตการเป็นนักเรียนอย่างเต็มตัว โดยตอนนั้นเพื่อนๆ รุ่นที่โตที่สุดของกลุ่ม ต้องเตรียมย้ายสถานที่เรียนเพราะใกล้จบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประกอบกับทางโรงเรียนไม่มีแผนในการสนับสนุนทำวงฯเพื่อเข้าสู้การแข่งขันต่อ ไปอีกในขณะนั้น แต่ด้วยความผูกพันที่ได้เคยใช้ชีวิตการทำกิจกรรมทางดนตรีร่วมกันมาหลายต่อ หลายปี พวกเราทุกคนมีความคิดเห็นตรงกันว่า จะกลับมารวมกลุ่มกันในทุกๆ ปี โดยได้ร่วมจัดงานเลี้ยงประจำปีขึ้นเป็นครั้งแรกในการเฉลิมฉลองคริสต์มาส ปี  พ.ศ. 2529 และต่อมาได้กำหนดเป็นกิจกรรมสำคัญที่ต้องกลับมาพบปะสังสรรค์กันทุกๆ ปี และได้ขยายความสัมพันธ์จากสมาชิกที่มีแต่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เพิ่มเติมมาสู่มิสและมาสเตอร์ รวมถึงสมาชิกในครอบครัวที่เพิ่มขึ้น จนกลุ่มฯของเรากลายเป็นครอบครัวที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมานี้ ก็ได้มีกิจกรรมสำคัญ คือการจัดงานประจำปีเนื่องในโอกาสพิเศษ “ฉลองครบรอบปีที่ 25” ขึ้น ซึ่งได้ผ่านไปอย่างน่าประทับใจ

 โรงเรียนสนับสนุนการทำกิจกรรมอย่างไร

เครื่อง ดนตรีที่พวกเราใช้ ได้รับการสนับสนุนจากคุณวิชัย มาลีนนท์ ส่วนที่ต้องการเพิ่มเติมค่อนข้างจัดหามาลำบากพอสมควร การสนับสนุนจึงเป็นไปในทิศทางของการช่วยเหลือตัวเองกันเป็นส่วนใหญ่ เช่นขอยืมจากกรมดุริยางค์ตำรวจ ขอสนับสนุนจากพ่อแม่ รวมทั้งการลงขันของพวกเรากันเองบ้างบางครั้ง

อยากให้เล่าเรื่องของโรงเรียนในยุคนั้น ว่ามีระเบียบ วินัย การเรียนการสอนแบบไหน

พวก เราสวมเครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญสำโรงกันมาตั้งแต่โรงเรียนเพิ่ง เริ่มเปิดดำเนินการ คือเมื่อปี พ.ศ. 2522 โดยส่วนหนึ่งเริ่มต้นเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และอีกส่วนหนึ่งเริ่มต้นเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 คงต้องบอกว่า พวกเราผ่านเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญๆ ของโรงเรียนกันมามากมาย เริ่มตั้งแต่อาคารอัสสัมชัญที่มีเพียงครึ่งเดียว การเดินบนไม้กระดานเพื่อไปห้องน้ำชั่วคราวที่มุงหลังคาด้วยสังกะสีโดยรอบและ โรงอาหาร มีที่วิ่งเล่นกันที่เดียวคือใต้ถุนตึกของอาคาร สิ่งหนึ่งที่ได้จากการเป็นนักเรียนอัสสัมชัญสำโรง ก็คือความรัก ความเอาใจใส่ของท่านอธิการ มิสและมาสเตอร์ทุกๆ ท่าน การอบรมสั่งสอนให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย ซื่อสัตย์ กตัญญู และเกิดปลูกฝังให้เกิดความรักและความภาคภูมิใจในการเป็นนักเรียน “อัสสัมชัญ” ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านั้น ยังคงติดตัวมายังพวกเราจนกระทั่งทุกวันนี้

ในฐานะศิษย์เก่า ภาพของโรงเรียนในยุคนั้นเป็นอย่างไร

สังคม ของเด็กนักเรียนในช่วงนั้นค่อนข้างแคบ อาจเพราะจำนวนนักเรียนในช่วงแรกๆ นั้นมีไม่มาก ทำให้พวกเรามีโอกาสได้ใกล้ชิดและทำความรู้จักในระหว่างชั้นกันได้ง่ายขึ้น ความเป็นพี่เป็นน้อง ความสนิทสนมให้ความสนใจกันและกัน ความสามัคคีปรองดอง จึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของนักเรียนในสมัยนั้น มิสและมาสเตอร์ให้ความเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด ต่างจากสมัยนี้ก็คงเป็นขั้นตอนของการลงโทษ ที่เด็กๆ สมัยนี้น่าจะไม่รู้จักคำว่าไม้เรียวกันแล้ว แต่เชื่อว่าเด็กๆ ในสมัยก่อนคงไม่มีวันลืมรสชาติไม้เรียวในอดีตกันไปได้ง่ายๆ

รู้สึกประทับในอะไรในโรงเรียนนี้

อาคาร และสถานที่คงเป็นเพียงส่วนประกอบในภาพที่พวกเรามองย้อนกลับไปเท่านั้น แต่สิ่งที่พวกเราต่างประทับใจ คือบรรยากาศและเรื่องราวในอดีตมากมายที่พวกเราต่างได้ผ่านประสบการณ์นั้นๆ ด้วยกันมา ความรักและความเมตตาจากครูบาอาจารย์และความรักของพวกเรากันเอง เป็นจุดเริ่มต้นให้พวกเราเกิดความรู้สึก “ผูกพัน รัก และสามัคคี” กัน จนกระทั่งทุกวันนี้

โรงเรียนมีบทบาทอะไรจึงทำให้ ACSR BAND 1986 ยังคงเหนียวแน่นมาจนถึงทุกวันนี้

เป็น เวลา 25 ปีเต็มๆ ที่พวกเราต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง แต่ถ้าจะนับเวลาย้อนกลับไปที่พวกเราได้ทำกิจกรรมทางดนตรีและเป็นเพื่อนนัก เรียนในโรงเรียนอัสสัมชัญสำโรงร่วมกัน คงเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 ปี แล้ว บทบาทของโรงเรียนคงเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด ที่ทำให้พวกเราได้มาพบกันและมีกันและกันกระทั่งทุกวันนี้ ถึงวันนี้แล้วคงต้องฝากข้อความกลับไปยังที่โรงเรียนของพวกเราด้วยว่า “ขอบคุณครับ ถึงวันนี้แล้ว พวกเราต่างได้ดิบได้ดีกันทุกคน”

จากหนังสือ 3 ทศวรรษ โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ (30 th Anniversary Assumption Samutprakarn School) หน้าที่ 60-61

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s